รวมพลัง 52 แบรนด์เอสเอ็มอีโครงการพัฒน์ (PLUS) ปั้น 5 โครงการ CSR ด้านการศึกษา มุ่งแก้ปัญหาในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน

โครงการพัฒน์ (PLUS) เปิดตัว 5 โครงการ CSR ด้านการศึกษา ที่มุ่งแก้ไขปัญหาความขาดแคลนในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยรวมกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 52 แบรนด์ รวมพลังสร้างสรรค์โครงการเพื่อแก้ปัญหาด้านปัจจัยสี่ และครู อย่างยั่งยืน ด้วยการนำหลักคิดทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้

นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โครงการพัฒน์” จำนวน 5 โครงการ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ว่าปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการมีโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 14,777 แห่งทั่วประเทศ ทั้งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงทุรกันดาร พื้นที่ยากลำบากในการเดินทาง พื้นที่เกาะ พื้นที่ราบและปกติทั่วไป ซึ่งการที่มีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อจัดการศึกษาที่ไม่สามารถสะท้อนคุณภาพและประสิทธิภาพได้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงมีแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในหลายรูปแบบและเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น สร้างโอกาส และความเท่าเทียมให้กับผู้เรียนอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันก็ยินดีที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ ซึ่งแนวคิดในการทำโครงการรับผิดชอบต่อสังคมในครั้งนี้ ถือเป็นนวัตกรรมของการทำงานเพื่อสังคม และทำให้เห็นว่าความร่วมมือกันของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายรายที่แม้จะมีทรัพยากรจำกัด แต่สามารถจะทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศได้ ซึ่งทั้ง 5 โครงการนี้ก็เป็นแนวคิดที่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กในปัจจุบันได้

ด้าน นางกนกพร มิตซูโมโต้ ผู้อำนวยการโครงการพัฒน์ (PLUS) กล่าวถึงที่มาของการจัดทำ 5 โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ว่าเกิดขึ้นจากการรวมพลังของธุรกิจเอสเอ็มอีกว่า 50 แบรนด์ ที่น้อมนำเอาหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ “ทฤษฎีใหม่” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นหลักยึดถือในการทำธุรกิจและการดำเนินงาน โดยต่างมองเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งปัจจุบันพบว่าปัญหาใหญ่ของภาคการศึกษาประเทศไทย คือการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขนาดเล็กก็คือโอกาสทางการศึกษาของเด็ก การจะแก้ปัญหาจึงไม่ควรรอเพียงภาครัฐ แต่ภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมควรได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย จึงเป็นที่มาของการจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาในเรื่องปัจจัย 4+1 (ครู) อย่างยั่งยืน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่

โครงการ “ก่อร่างสร้างครัว” ดูแลเรื่อง อาหารกลางวัน มีที่มาจากการมองเห็นว่างบประมาณอาหารกลางวันเด็กวันละ 21 บาทนั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วน จึงสนับสนุนให้โรงเรียนเกิดการบริหารจัดการวัตถุดิบให้มีปริมาณและคุณภาพที่เพียงพอ รวมไปถึงการสร้างสรรค์เมนูอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้เด็กนักเรียนมีโภชนาการที่ดี

โครงการ “ตัดเสื้อน้องแต่พอตัว” ดูแลเรื่อง เครื่องแบบนักเรียน มีที่มาจากความต้องการแก้ปัญหาการขาดแคลนชุดนักเรียนอย่างยั่งยืน และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จึงเกิดการผลักดันให้เกิดกิจกรรมสหกรณ์ออมชุดในโรงเรียน เพื่อนำรายได้มาบริหารจัดการชุดนักเรียนให้เพียงพอสำหรับเด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียน

โครงการ “ปลูกโรงเรียนตามใจผู้อยู่” ดูแล เรื่องสภาวะแวดล้อมในโรงเรียน มีที่มาจากการมองเห็นความสำคัญของสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่มีต่อการศึกษาและพัฒนาการของเด็ก จึงเกิดการสนับสนุนให้ทุกคนในโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครอง ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรในโรงเรียน และผลักดันให้ชุมชนเข้ามาร่วมพัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนมีมาตรฐานและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

โครงการ “คบเด็กสร้างโรงพยาบาล” ดูแล เรื่องสุขภาพอนามัยของนักเรียน มีที่มาจากการมองเห็นความสำคัญของปัญหาสุขภาพอนามัยของเด็กและชุมชน จึงเกิดการสนับสนุนให้เด็ก ๆ นำความสามารถมาแสดงออกอย่างถูกต้องในพื้นที่สาธารณะแล้วส่งเสริมให้เกิดการสร้างรายได้ เพื่อนำกลับไปใช้แก้ไขปัญหาหรือบรรเทาปัญหาเรื่องสุขภาพอนามัยที่มีผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กในโรงเรียน โดยเริ่มต้นที่ห้องพยาบาล และจะขยายผลสู่ชุมชนต่อไป

โครงการ “อยู่ดีมีครู” ดูแล เรื่องคุณครูให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน มีที่มาจากการมองเห็นปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก จึงเกิดเป็นกิจกรรมสนับสนุนให้ชุมชนนำภูมิปัญญาของชุมชนมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้ โดยเน้นการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้แก้ไขปัญหาโดยการจ้างครูให้แก่โรงเรียน

“ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน และความมุ่งมั่น ตั้งใจ ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในโครงการพัฒน์ (PLUS) ทั้ง 52 แบรนด์ธุรกิจ ก็เชื่อว่าจะสามารถผลักดันให้โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ทั้ง 5 โครงการที่มุ่งแก้ปัญหาทางด้านปัจจัย 4+1 (ครู) ของโรงเรียนขนาดเล็ก สามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กได้เป็นวงกว้างต่อไป ซึ่งภายในปี 2568 ทางโครงการยังตั้งเป้าหมายที่จะขยายโอกาสไปสู่โรงเรียนในภูมิภาคอีก 50 แห่ง นั่นหมายความว่าเราจะทำให้เด็กจำนวน 2  3 พันคน ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้น และไม่หลุดไปจากระบบการศึกษา ซึ่งเด็ก ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นกำลังหลักของประเทศไทยต่อไป” ผู้อำนวยการโครงการพัฒน์ กล่าว

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยการติดตามข่าวสาร รายละเอียด กดไลค์ กดแชร์ และสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ได้ที่ …

โครงการ “ก่อร่างสร้างครัว” www.facebook.com/foodforkidscsr

โครงการ “ตัดเสื้อน้องแต่พอตัว” www.facebook.com/tadesueanong

โครงการ “ปลูกโรงเรียนตามใจผู้อยู่” www.facebook.com/CSRmySecondHome

โครงการ “คบเด็กสร้างโรงพยาบาล” www.facebook.com/LittleHeroCSR

โครงการ “อยู่ดีมีครู” www.facebook.com/MyTeacherCSR

โครงการพัฒน์ (PLUS) www.facebook.com/plusforsme        

ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์/ข่าว/เออีซีไทยนิวส์/รายงาน

Related posts