ททท.ภาคกลางพาคณะสื่อเยี่ยมชมสวนเลม่อน ชื่อดังแห่งชะอำ ปลอดสาร 30 ไร่เน้นแปรรูปขายสู่ตลาดโลก

บทความพาท่องเที่ยว โดยนาย เชฟสุดแซ่บ 

วันนี้ได้เดินทางออกจากที่พักเพื่อมาเยี่ยมชมสวนมะนาวเลม่อนเนดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองชะอำ มีเสี้อที่กว้างถึง 30 ไร่ แนวความคิดที่มาปลูกมะนาวสายพันธุ์ต่างประเทศนี้ เรามาฟังจากเจ้าของสวนโดยตรงดีกว่า 

คุณต่อศักดิ์ วัฒนวิจารณ์ เจ้าของสวนเลม่อนชะอำ

Fresh-1 Lemon Farm สวนเลม่อนชะอำ

บนพื้นที่ผลิตกว่า 30 ไร่ในเขต จ.เพชรบุรี เล่าให้ฟังว่า ความตั้งใจที่อยากจะมาใช้ชีวิตหลังเกษียณอยู่กับธรรมชาติ สูดอากาศแบบโอโซนนิด ๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลทะเล “หัวหิน-ชะอำ” มากนัก เลยไม่เอาแล้วเลิก! พอแค่นี้กับธุรกิจต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ที่เคยทำมาก่อนหน้านานหลายปี อพาร์ทเม้นต์และธุรกิจอิมพอร์ต-เอ็กซ์พอร์ต ตัดสินใจขาย! นำเงินทุนก้อนสุดท้ายเพื่อมาลงกับการทำฟาร์มเกษตรอยู่ที่นี่แทน

“ผมเริ่มมา 4 ปีที่แล้ว พอดีรู้จักกับคนไต้หวันเขาบอกว่าทำไมถึงไม่ปลูกพืชประเภทนี้ เพราะตอนนี้ที่ไต้หวันกำลังรณรงค์ให้คนหันมาดื่ม “น้ำเลม่อน” แทนน้ำชา ทานกับน้ำร้อนเป็น “ยา”นะถ้าทานกับน้ำเย็น “วิตามิน” จะสูงมาก เราก็เริ่มมีความรู้สึกว่าจริง ๆ พื้นที่เราโดยเฉพาะเพชรบุรี ก็เป็นแหล่งปลูกมะนาวอยู่แล้ว โดยธรรมชาติโดยพื้นดินมันก็น่าจะแมตซ์กันได้ แล้วอีกอย่างคือภรรยาเคยไปที่อิตาลี แล้วก็เห็นเมืองเลม่อนหนึ่งเมืองมันเต็มไปด้วยเลม่อนเลยครับ แล้วมันมีความสวยงาม สดชื่น อะไรเงี้ยครับแล้วเราก็มองว่าอนาคต ถ้ามีร้านขายเลม่อนสวย ๆ สักหนึ่งร้านมีอะไรแบบนี้ ทำรีสอร์ทในแปลงเลม่อนได้ เราก็มองไปตรงนั้นด้วยครับ มันก็เลยพอดีสองประเด็นนี้มาประจวบกัน เราก็เลยมีความสนใจและก็เริ่มที่จะทำ ที่ตรงนี้เริ่มต้นอยู่ประมาณ 30 ไร่ เดิมเลยสมัยก่อนเขาปลูกมันสำปะหลังหรืออะไรสักอย่างเนี่ยละครับก็รกร้างมา ซึ่งเราก็เริ่มเข้ามาทำ ปรับที่ แล้วก็ค่อยลงปลูก ก็ขยับขยายวางระบบที่เป็นระบบการเกษตรชัดเจน”

คุณต่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ “เลม่อน” คนในประเทศไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันสักเท่าไร ดังนั้นตลาดขายส่งใหญ่ ๆ ก็จะค่อนข้างลำบากอยู่สักหน่อย ประกอบกับการผลิตแบบ “ปลอดสาร” อย่างที่สวนเน้นทำอยู่ ผลของเลม่อนที่ได้ก็เลยจะไม่ค่อยสวยเท่าไร ด้วยปริมาณซึ่งก็มีเยอะมาก แต่ในขณะที่ตลาด(การซื้อ) มีน้อยกว่ามันก็ต้องมี “ของเหลือ” ซึ่งในใจที่คิดไว้แต่แรกอยู่แล้ว จะไม่เน้นขายเรื่อง “ผล”เป็นหลัก แนวคิดคืออยากจะทำ “แปรรูป” อยู่แล้ว ส่วนตัวอีกอย่างมองว่า “เลม่อน” น่าจะดีกว่ามะนาว คือ1. โรคพืชไม่มี ที่หนัก ๆ อย่างโรคแคงเกอร์จะไม่ค่อยเจอ อาจจะมีบ้างก็เช่น สแคร๊บ แต่ว่าไม่หนักหนาเท่า โดยหลัก ๆ ที่นี่จะต่อสู้กับแมลงและหนอนมากกว่า ส่วนนอกนั้นเรื่องของ “ชุดดิน” ที่นี่ก็เหมาะเพราะเป็นดินปนทราย ค่อนข้างจะแมตซ์กับการทำเลม่อนหรือปลูกมะนาว เรื่องอากาศดีมาก พื้นที่ตรงนี้ค่อนข้างจะตอบโจทย์ และจากการที่เลม่อนหรือมะนาวเป็นพืชที่ต้องการแสง 100% ซึ่งตนคิดว่าที่นี่ก็เหมาะสมกับการปลูกไม่แพ้  หลังจากลองผิดลองถูกในที่สุดก็คัดเลือกพันธุ์ได้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด เช่น การทำน้ำเลม่อนเนดก็มี “พันธุ์เมเยอร์” ที่ให้น้ำเยอะ หรือการใช้ผิวสำหรับการทำอาหารบางประเภทที่เน้นใช้ผิวเป็นหลัก ก็มี “พันธุ์ยูเรก้า” เป็นต้น จากนั้นในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความที่ มีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติเยอะอยู่แล้ว ฝรั่งเศส อิตาลี ที่แวะเวียนเข้ามาชมสวน ก็ได้แนะนำให้ทำในสิ่งที่บ้านเขามีความนิยมบริโภคกัน อย่าง LEMON CELLO ด้วยซึ่งเป็นเหล้าหมักกับผิวส้ม เป็นการดึงเอาประโยชน์จากผิวส้ม (น้ำมันฯ) ที่เป็นตัวยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่าง

ก่อนโควิดก็มีคนเรียกร้องมาพอมาเห็นสวน แล้วก็มาเห็นผลิตภัณฑ์เราอย่างนี้ เขาอยากจะมาเรียนรู้มาให้เราสอนเราก็บอกได้ครับ เชิญ ๆ ครับ ก็เชิญเขามาก็เปิดอบรม สอนทำผลิตภัณฑ์ เป็นน้ำยาเอนกประสงค์ สบู่ แชมพู ก็สอนให้ชั้นเรียนตามขั้นตอน แล้วก็ช่วงเช้าจะสอนเรื่องการปลูกเลม่อน การเก็บ การตัดแต่ง การให้ปุ๋ย-ให้น้ำ ก็เคยทำเวิร์กช้อปมา ส่วนตอนนี้เมนหลักของเราก็ทำออนไลน์กับขายส่ง เราก็จะมีคนเอาไปขายแทน แล้วตอนนี้ก็มีโครงการที่เราไปเปิดร้านเล็ก ๆ อยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร เป็นเอ้าท์เลตขายน้ำและผลิตภัณฑ์ของเรา และในอนาคตเราก็อยากจะทำ เป็นพวกแฟรนไชส์ด้วยเป็นอะไรประมาณนั้นครับ”

ก่อนที่เราจะลากลับ ได้ถามถึงอนาคตของมะนาวเลม่อน ว่าจะไปอีกไกลไหม คุณต่อศักดิ์ ได้กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าตลาดมะนาวเลม่อนนี้ ไม่ตันแน่นอน เพราะตลาดยังมีความต้องการสูง

 ท่านใดที่มีความต้องการเข้าเยี่ยมชมสวนมะนาวเลม่อนและลองชิมเครื่องหลากหลายที่ทำจากมะนาวเลม่อนสอบถามเพิ่มเติมโทร. 081-640-1463 หรือ086-801-8833 

นายเชฟสุดแซ่บ /พาเที่ยว/สนวท/รายงาน

Related posts