7 ก.ค.65 กรุงเทพฯจัดงานใหญ่ ชมหนังกลางแปลง ผู้ว่าฯชัชชาติลั่น! ฉายหนังไทยตลอดเดือน ก.ค.นี้

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. และผู้เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, สมาคมหนังกลางแปลง, หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), ชมรมกรุงเทพน่าอยู่กว่าเดิม และเครือข่ายผู้สนับสนุนต่างๆ ร่วมประชุมหารือการจัดเทศกาลภาพยนตร์ “กรุงเทพฯ กลางแปลง”

นายชัชชาติกล่าวว่า เทศกาลกรุงเทพฯ กลางแปลง จะจัดฉายหนังไทยกลางแปลง หวังว่ากิจกรรมนี้จะนำรอยยิ้ม นำความหวังความสุขกลับมาให้คนกรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องจากเทศกาลดนตรีในสวน

นายศานนท์กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดฉายหนังกลางแปลงว่า เพื่อให้มีกิจกรรมหลากหลายพื้นที่ โดยหนังกลางแปลงสามารถจัดได้ในพื้นที่เปิด เข้าถึงคนกลุ่มต่างๆ ได้ อีกทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สำหรับผู้ร่วมจัด ประกอบด้วย สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, สมาคมหนังกลางแปลง, หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), ชมรมกรุงเทพน่าอยู่กว่าเดิม และเครือข่ายผู้สนับสนุนต่างๆ อีกทั้งทางเครือเนชั่นจะจัดเทศกาล World Film Bangkok เป็นภาพยนตร์นานาชาติ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ และตามสถานทูตต่างๆ จะมีการจัดเทศกาลภาพยนตร์ในช่วงปลายปีเช่นเดียวกัน

ด้านอนุชา บุญยวรรธนะ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย กล่าวว่า จุดประสงค์ของการจัดกิจกรรมนี้ เพื่อต้องการเลือกหนังที่หลากหลาย ตั้งแต่ปี 2502-2565 ซึ่งเป็นหนังเข้ากับพื้นที่ฉากในหนัง นอกจากนี้ การชมภาพยนตร์ไม่ใช่เพื่อความบันเทิงอย่างเดียว ยังเพื่อการประเทืองปัญญา เพื่อการเรียนรู้ พร้อมกับเชิญผู้กำกับ นักแสดง มาร่วมพูดคุยด้วย การจัดเวิร์กช็อปก่อนการฉายหนัง

น.ส.ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การฉายหนังกลางแปลงนอกจากจะส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์แล้ว ยังเป็นการปลอบขวัญให้กับคนที่มีความทุกข์ ความเครียด ความเหนื่อยล้า หนังที่เลือกมาจะช่วยพบกับความรู้สึกใหม่ๆ การดูหนังไม่ได้ความสนุกอย่างเดียว แต่ทำให้คิดอะไรได้

โปรแกรมฉายเทศกาลภาพยนตร์ “กรุงเทพฯ กลางแปลง” มีดังนี้

สัปดาห์แรก (7-9 ก.ค. 65)

  • วันที่ 7 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง (2540) ณ ลานคนเมือง เขตพระนคร | เรื่อง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2552) ณ True Digital Park เขตพระโขนง
  • วันที่ 8 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง เวลาในขวดแก้ว (2534) ณ ลานคนเมือง เขตพระนคร | เรื่อง 36 (2555) ณ True Digital Park เขตพระโขนง
  • วันที่ 9 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง แพรดำ (2504) ณ ลานคนเมือง เขตพระนคร | เรื่อง แม่นาคพระโขนง (2502) ณ True Digital Park เขตพระโขนง
  • 2.สัปดาห์ที่สอง (14-16 ก.ค. 65)
  • วันที่ 14 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง RRR (2565) ณ ศูนย์เยาวชนคลองเตย เขตคลองเตย | เรื่อง 4Kings (2564) ณ สวนรถไฟ เขตจตุจักร
  • วันที่ 15 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง มนต์รักทรานซิสเตอร์ (2544) ณ ศูนย์เยาวชนคลองเตย เขตคลองเตย | เรื่อง Portrait of a Lady on Fire (2562) ณ สวนรถไฟ เขตจตุจักร
  • วันที่ 16 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง บุญชูน่ารัก (2531) ณ ศูนย์เยาวชนคลองเตย เขตคลองเตย | เรื่อง One for the Road วันสุดท้ายก่อนบายเธอ (2564) ณ สวนรถไฟ เขตจตุจักร
  • 3.สัปดาห์ที่สาม (21-23 ก.ค. 65)
  • วันที่ 21 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง หมานคร (2547) ณ สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย | เรื่อง Fast and Furious (2552) ณ ตลาดบางแคภิรมย์ เขตบางแค
  • วันที่ 22 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง อนธการ (2558) ณ สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย | เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) ณ ตลาดบางแคภิรมย์ เขตบางแค
  • วันที่ 23 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง Wheel of Fortune and Fantasy (2564) ณ สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย | เรื่อง เพื่อนสนิท (2548) ณ ตลาดบางแคภิรมย์ เขตบางแค
  • สัปดาห์สุดท้าย (28-31 ก.ค. 65)
  • วันที่ 28 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง รักแห่งสยาม (2550) ณ สยาม Blox I สยามสแควร์ เขตปทุมวัน | เรื่อง คู่กรรม (2556) ณ สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง
  • วันที่ 29 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย (2549) ณ สยาม Blox I สยามสแควร์ เขตปทุมวัน | เรื่อง พี่นาค (2562) ณ สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง
  • วันที่ 30 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง สยามสแควร์ (2527) ณ สยาม Blox I สยามสแควร์ เขตปทุมวัน | เรื่อง มือปืน (2526) ณ สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง
  • วันที่ 31 ก.ค. 65 ฉายเรื่อง School Town King แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน (2563) ณ สวนครูองุ่น เขตวัฒนา | เรื่อง One for the Road วันสุดท้ายก่อนบายเธอ (2564) ณ สุขุมวิท 31 เขตวัฒนาด้านสมาคมหนังกลางแปลง บอกว่า รู้สึกเป็นเกีรยติที่ ได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะจุดประสงค์แรก การกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญมาก เพราะเป็นการสตาร์ทอาชีพใหม่ ทำให้หนังกลางแปลงสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้เหมือนเดิม
  • ขอขอบคุณเจ้าของใบปิดภาพยนตร์ทุกท่าน เจ้าของผลงานภาพยนตร์ทุกเรื่อง

คณาโชค/ข่าว/ เออีซีไทยนิวส์/รายงาน

Related posts