สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย กับการแสดงโขนจาก นักเรียน โรงเรียนวัดกก สภาวัฒนธรรมเขตทวีวัฒนา ร่วมกับสภาวัฒนธรรมบางกอกน้อย

 มิถุนายน 2565  กรุงเทพมหานคร นางอุส่าห์ ไชยพิชิต หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ เขตบางกอกน้อย ร่วมกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย “รักษ์โขน ตอนพาลีธิราช” ซึ่งจัดโดย สภาวัฒนธรรมเขตบางกอกน้อย ร่วมกับสภาวัฒนธรรมเขตทวีวัฒนา สภาวัฒนธรรมเขตบางพลัด สภาวัฒนธรรมเขตภาษีเจริญ และสภาวัฒนธรรมเขตบางขุนเทียน เพื่อร่วมอนุรักษ์ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน และสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทย ณ สมาคมมิตรภาพบางแค ถนนพุทธมณฑลสาย 1 และมีประธานและสมาชิกสภาวัฒนธรรมเข้าร่วมรับชม

โขนเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทย มีมาตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามหลักฐานจากจดหมายเหตุของ ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้กล่าวถึงการเล่นโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทางเข้ากับ เสียงซอและเครื่องดนตรีอื่นๆ ผู้เต้นสวมหน้ากากและ ถืออาวุธ

โขนพัฒนามาจากศิลปะการแสดงหลายแขนงด้วยกัน คือ นำวิธีเล่นและวิธีแต่งตัวบางอย่างมาจากการเล่นชักนาค ดึกดำบรรพ์ นำท่าต่อสู้โลดโผน ท่ารำท่าเต้นมาจาก กระบี่กระบอง และนำศิลปะการพากย์ การเจรจา เพลงและ เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบกิริยาอาการของผู้แสดงที่เรียกว่า เพลงหน้าพาทย์มาจากการแสดงหนังใหญ่ ลักษณะสำคัญ ของโขนอยู่ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขนหมดทุกตัว ยกเว้น ตัวพระ ตัวนาง และตัวเทวดา มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบท ให้ มีคนพากย์และเจรจา แสดงเรื่องรามเกียรติ์แต่เพียง เรื่องเดียว

คำว่าโขนในภาษาเบงคาลี ซึ่งปรากฏคำว่า “โขละ” หรือ “โขล” (บางครั้งสะกดด้วย ฬ เป็นคำว่า”โขฬะ” หรือ “โขฬ”) ที่เป็นชื่อเรียกของเครื่องดนตรีประเภทหนังชนิดหนึ่งของฮินดู ลักษณะและรูปร่างคล้ายคลึงกับตะโพนของไทย ไม่มีขาตั้ง ทำด้วยดิน ไม่มีสายสำหรับถ่วงเสียง มีเสียงดังค่อนข้างมาก จัดเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมในแคว้นเบงกอล ประเทศอินเดีย ใช้สำหรับประกอบการละเล่นชนิดหนึ่ง เรียกว่ายาตราหรือละครเร่ที่คล้ายคลึงกับละครชาตรี โดยสันนิษฐานว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้ เคยถูกนำมาใช้ประกอบการเล่นนาฏกรรมชนิดหนึ่ง จึงเรียกว่าโขลตามชื่อของเครื่องดนตรี

คำว่าโขนในภาษาอิหร่าน มีที่มาจากคำว่าษูรัต ควาน (อังกฤษ: Surat khwan) หมายความถึงตุ๊กตาหรือหุ่น ซึ่งใช้สำหรับประกอบการแสดง โดยมีผู้ขับร้องและให้เสียงแทนตัวหุ่น เรียกว่าควานหรือโขน (อังกฤษ: Khon) มีความคล้ายคลึงกับผู้พากย์และผู้เจรจาของการแสดงโขนในปัจจุบัน

คำว่าโขนในภาษาเขมร เป็นการกล่าวถึงโขนในพจนานุกรมภาษาเขมร ซึ่งหมายความถึงละคร แต่เขียนแทนว่าละโขน ที่หมายความถึงการแสดงมหรสพอย่างหนึ่ง

โขนเป็นการแสดงที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มักนิยมแสดงเป็นมหกรรมบูชาเจ้านายชั้นสูงเช่น แสดงในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพหรือพระศพ แสดงเป็นมหรสพสมโภชเช่น ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และแสดงเป็นมหรสพเพื่อความบันเทิงในโอกาสทั่ว ๆ ไป นิยมแสดงเพียง 3 ประเภทคือ โขนกลางแปลง โขนหน้าจอและโขนฉาก สำหรับโขนนั่งราวหรือโขนโรงนอกไม่นิยมจัดแสดง เนื่องจากเป็นการแสดงโขนที่มีแต่บทพากย์และบทเจรจาเท่านั้น ไม่มีบทร้อง ใช้ราวไม้กระบอกแทนเตียงสำหรับนั่ง และโขนโรงในซึ่งเป็นศิลปะที่โขนหน้าจอนำไปแสดง แต่เดิมไม่มีองค์ประกอบจำนวนมาก ต่อมาภายหลังเมื่อมีความต้องการในการแสดงมากขึ้น โขนจึงมีวิวัฒนาการพัฒนาเป็นลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภทคือ

1. โขนกลางแปลง

2    โขนนั่งราว

3.  โขนโรงใน

4  โขนหน้าจอ

 โขนฉาก

ทีมข่าววัฒนธรรม/ประเพณี/เออีซีไทยนิวส์/รายงาน

 

Related posts