รับฟังความคิดเห็น กสทช. เปิดโรดแมปประมูลกิจการวิทยุกระจายเสียงสู่ระบบใบอนุญาต

 วันพฤหัสบดี 18 พฤศจิกายน 2564  ที่ สำนักงาน กสทช ซอยสายลม  ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูล คลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ พ.ศ…..โดยมี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานเปิดการรับฟังความเห็นคิด และนางสาวมณีรัตน์ กำจรกิจการ. ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์. นานายพสุ ศรีหิรัญ. ผู้อำนวยการสำนัก. สำนักการอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กสทช ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกิจการกระจายเสียง เข้าร่วมรับฟังและตอบข้อซักถามของ ผู้ประกอบกิจการ ประกอบด้วย นายคณาวุฒิ กันทพลหาญ ประธานองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนวิทยุทีวีเสรี นายคณาโชค ตามจิตเจริญ นายกสมาคมผู้ประกอบกิจการวิทยุ สังกัดองค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชนแห่งประเทศไทย. นายกิตติพงษ์  สมควร ผู้อำนวยการสถานีวิทยุ 92 mhz อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่/หจก.ที.เอ.เทเลคอมแอนด์บรอดคาสท์   พร้อมด้วยผู้ประกอบกิจการอีกหลายจังหวัดได้เข้าแสดงความคิดเห็นที่ห้องประชุม กสทช ชั้น 2 และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ในระบบ FM สำหรับการให้บริการกระจายเสียงประเภทกิจการบริหารทางธุรกิจ พ.ศ. …ที่เป็นแนวทางเปิดประมูลคลื่นความถี่วิทยุเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ได้เสร็จสิ้นแล้ว 5 ฉบับ ส่วนฉบับที่ 6 ที่เกี่ยวกับกติกาการประมูล กำลังจะเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป คาดว่าเปิดประมูลใบอนุญาตได้ตามแผนสิ้นปีนี้

“คลื่นที่จะนำออกประมูล ประกอบด้วยคลื่นประเภทบริการธุรกิจ 14 คลื่น ที่เจ้าของเดิมคืนให้กับ กสทช.เพื่อนำออกประมูล 2 ในจำนวนนี้ เป็นคลื่นยอดนิยมที่ให้บริการในกรุงเทพฯได้แก่คลื่น 106.5 MHz หรือคลื่นรายการกรีนเวฟ รวมทั้งคลื่น 98.5 MHz ที่เหลือเป็นคลื่นที่ให้บริการในต่างจังหวัด”

พ.อ.นที กล่าวว่า โรดแม็ปการเปิดประมูลคลื่นวิทยุ เพื่อสร้างความเท่าเทียมเป็นธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ๆได้เข้าสู่ตลาด จะมีคลื่นวิทยุประเภทบริการธุรกิจที่ทยอยหมดสิทธิ์การให้บริการและถูกนำออกประมูลต่อเนื่อง นับตั้งแต่สิ้นปีนี้ โดยเดือน มี.ค.2565 คาดว่าสามารถนำคลื่นบริการธุรกิจออกประมูลได้อีก 60 คลื่น และผู้ให้บริการในกลุ่มนี้เดิมเป็นผู้รับอนุญาตให้ใช้งานภายใต้พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ 2553 อันได้แก่ คลื่นของ อสมท กรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งคลื่นที่อยู่ในสถานะผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง มี 4,371 สถานี แบ่งเป็นประเภทบริการชุมชน 263 สถานี สาธารณะ 692 สถานี บริการทางธุรกิจ 3,416 สถานี ในส่วนของการพิจารณาอนุญาตคลื่นประเภทบริการทางธุรกิจ จะใช้วิธีการประมูลให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 4 เม.ย.2565.

สำหรับการดำเนินการตาม โรดแมป นั้น กสทช. จะพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในระบบ F.M. จำนวน 313 คลื่นความถี่ และระบบ A.M. จำนวน 196 คลื่นความถี่ โดยการพิจารณาอนุญาตในประเภทบริการสาธารณะ จะพิจารณาตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ส่วนการพิจารณาอนุญาตในประเภทบริการทางธุรกิจ จะดำเนินการโดยวิธีการประมูล ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนวันที่ 4 เม.ย. 2565

นอกจากนี้ ตาม โรดแมป ยังได้กำหนดให้การเปลี่ยนผ่านการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2565 เป็นต้นไป โดยให้มีการพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ด้วยกำลังส่งต่ำในประเภทบริการชุมชน และบริการสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2565 ส่วนผู้ประกอบกิจการประเภทบริการทางธุรกิจ ให้ดำเนินการยื่นคำขอทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงด้วยกำลังส่งต่ำ และเข้าสู่กระบวนการอนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะประกาศให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ หากผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงรายใดไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการอนุญาตตามกฎหมายได้ ให้ยุติการออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในปี 2567

นายคณาโชค กล่าวว่า ทางองค์กรภาคีเครือข่ายฯ ขอคัดค้านการประมูลคลื่นความถี่ในทุกมิติ และการแสดงข้อมูลของสำนักงาน กสทช มีข้อน่าวิตก ดังนี้ การประมูลคลื่น ไม่พบข้อมูลหรือฐานการคำนวณที่เกี่ยวข้องกับที่มาของมูลค่าความถี่ ตามที่ กสทช อ้างว่าได้จัดทำแผนบิซิเนสโมเดลเอาไว้แล้ว การที่สำนักงาน กสทช แสดงข้อมูลของการเสนอราคาประมูลขั้นต่ำที่ 105,000 บาทน่าเป็นการนำเอาการคำนวณจาก แบบค่าพิจารณาคำขอทดลอง 10,000 บาท/ปี มาบวกกับการตรวจวัดการแพร่คลื่นแปลกปลอม 5,000/ปี แล้วมาคูณด้วย จำนวน 7 ปี ซึ่งในทางการค้าแบบนี้ไม่ใช่การทำต้นทุนตัวอย่างธุรกิจ แต่เป็นการคิดแบบง่ายๆเกินไป และเรื่องที่น่าวิตกกังวลก็คือในการประมูลวิทยุในพื้นที่เมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต หาดใหญ่ ซึ่งจังหวัดเหล่าเป็นพื้นที่กำหนดราคาขั้นต่ำไว้สูงกว่า 150,000 บาท นั้นก็มิได้ระบุวิธีการคำนวณที่ชัดเจนว่าคิดจากฐานข้อมูลใด  การตั้งอัตราการประมูลแบบนี้จึงไม่มีความเหมาะสมกับผู้ลงทุนรายเล็กในท้องถิ่นอย่างแน่นอน และสิ่งสำคัญจะให้ผู้ประกอบการใช้ระบบอนาล็อกหรือระบบดิจิตัลเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศ

นางสาวมณีรัตน์ กล่าวว่า ผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงที่ประมูลคลื่นวิทยุไป ยังคงออกอากาสด้วยระบบอนาล็อกเช่นเดิม เพราะ กสทช ไม่มีแนวความคิดจะยกเลิกระบบอนาล็อก โดยระบบการส่งกระจายเสียงระบบดิจิตัลจะเป็นทางเลือกที่จะให้ผู้รับฟังในการรับฟังข่าวสาร ในส่วนเรื่อง การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ทางผู้ประกอบการสามารถแจ้งดำเนินการได้ภายในกรอบกฎหมายและการแข่งขันที่เป็นธรรม

นายคณาวุฒิ กันทพลหาญ ประธานองค์กรสื่อมวลชนวิทยุทีวีเสรี ได้ซักถามประเด็น เรื่องของ คลื่นความถี่ของสถานีวิทยุที่ใช้ความถี่คลื่นเดียวกันและอยู่ใก้ลเคียงกัน ว่าทาง กสทช ได้มีการวางแผนเพื่อแก้ไขการเกิดคลื่นความถี่ที่ทับซ้อนกันภายหลังที่ผู้ประมูลคลื่นความถี่ได้ไปแล้วไปทับซ้อนกับ สถานีวิทยุที่ตั้งอยู่เดิม ตั้งอยู่ก่อนหน้าที่จะประมูล

นางปริตา วงศ์ชุตินาท. ผู้อำนวยการสำนัก. สำนักวิศวกรรมและเทคโนโลยีกระจายเสียงและโทรทัศน์.  ได้กล่าวถึง เรื่องนี้ว่า  กรณีการทับซ้อนความถี่คลื่นในพื้นที่ใก้ลเคียงกัน ทาง กสทช ได้วางแนวทางด้านเทคนิค โดบ กสทช จะจัดทำแผนกำหนดตำแหน่งคลื่นความถี่ก่อนออกใบอนุญาต 

ดิว คณาวุฒิ/สนวท/รายงาน

Related posts