องค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุ ยื่นหนังสือร้องเรียน ให้กับตัวแทน นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 วันที่  1 พฤศจิกายน 2564 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ  นายชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา  นายกสมาคมผู้ประกอบการวิทยุเอฟเอ็มภาคใต้ นายคณาโชค ตามจิตเจริญ นายกสมาคมสภาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ไทย นายขวัญชาติ ดาสา  ประธานเครือข่ายวิทยุเด็กและเยาวชน บรรณาธิการสำนักข่าวต้นกล้านิวส์ นายสุภชัย สมจิตร ผู้ประสานงานองค์กรเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ตัวแทนในนาม องค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงจากทั่วประเทศเดินทางมายื่นหนังสือต่อทาง ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วยแก้ไขปัญหาการที่ ทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ ออกประกาศ ฉบับลงวันที่22มิถุนายน 2564 อันจะทำให้ผู้ประกอบการวิทยุท้องถิ่นของประชาชนได้รับความเดือดร้อน ยากลำบากในการดำเนินกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงต่อไปได้ เพราะเป็นการออกประกาศโดยมิได้ฟังเสียงคัดค้านของผู้ประกอบกิจการเรื่องของการลดกำลังส่งของทางสถานีลงให้เหลือเพียง 50 วัตต์ จากเดิม 500 วัตต์ ทำให้การส่งกระจายเสียงเพื่อประโยนช์กับประชาชนคนในท้องถิ่น ไม่สามารถรับข่าวสารได้อย่างทั่วถึง

 

นายชาลี นายกสมาคมผู้ประกอบการวิทยุเอฟเอ็ม ภาคใต้ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สถานีวิทยุกระจายเสียงท้องถิ่นของประชาชน ได้สร้างคุณประโยนช์ให้กับคนในท้องถิ่น ทั้งในเรื่องของการทำมาหากิน ที่ร้านเล็กร้านน้อยสามารถมาลงโฆษณาขายสินค้าของชุมชนหรือประกาศข่าวสาร วัฒนธรรมประเพณี โดยผ่านทางสถานีวิทยุท้องถิ่นภาคประชาชนได้อย่างดี เข้าถึงได้ง่าย ทั้งนี้ตนได้รวบรวมกลุ่มผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงที่เคยที่อยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่มาเป็น “องค์กรเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และ พร้อมกับขับเคลื่อนตามนโยบายการพัฒนาประเทศระหว่าง “ภาคประชาชน” ร่วมกับ “ภาครัฐ” ช่วยเหลือประชาชนและทางราชการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนและสังคมประเทศชาติ สู้กับวิกฤติโควิด-19 ระบาด อย่างต่อเนื่องจนมาถึงทุกวันนี้ จึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้เข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบกิจการวิทยุโดยเร่งด่วน

ทางด้าน ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับความคิดเห็นของผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ว่า ควรที่จะสามารถออกอากาศที่ 500 วัตต์ ได้ดังเดิม เพราะจะเป็นประโยนช์กับประชาชนและประเทศ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องแก้ไขปัญหาในข้อกฎหมายที่มีอยู่ โดยในเรื่องนี้จะรีบนำเสนอท่านนายกรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วน เพื่อการหาทางออก อาจจะจัดให้คนกลางมาเป็นผู้ศึกษาและหาแนวทางแก้ไขกันต่อไป เพื่อคงไว้ของการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงท้องถิ่นของภาคประชาชน

คณาวุฒิ กันทพลหาญ/สำนักข่าว สนวท/รายงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Related posts