รายงานพิเศษ รถไฟฟ้าบีทีเอส ขาดทุนหรือกำไร

รายงานพิเศษ รถไฟฟ้า มีรายได้หลายทางใช่หรือไม่  โดย คณาโชค ตามจิตเจริญ

ที่ทาง BTS ชี้แจงว่า กทม.ค้างชำระหนี้จำนวนมากกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งหนี้ก้อนนี้จะไม่เป็นภาระต่องบประมาณ ถ้า ครม.ยอมต่อสัมปทานให้ BTS อีก 30 ปี (2572-2602)

ในรายงานนี้จะขอกล่าวถึงรายได้ที่เกิดขึ้นในตัวสถานีรถไฟฟ้า ความเป็นจริง บริษัท  ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส มีรายได้จากโฆษณาทั้งตัวสถานีและตัวรถไฟฟ้าอย่างมากมาย บริษัทลูกของ บีทีเอส ที่ดูแลเรื่องโฆษณาก็คือ  VGI Global Media  ซึ่งบริษัทนี้มีกำไรมาโดยตลอดทั้งแต่ได้เข้าดูแลบริหารจัดการเรื่องโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้า บีทเอส  นอกจากนี้ทาง บีทีเอสยังแตกไลน์เป็น บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (บีเอสเอส)  หรือบัตรแรบบิท  เป็นสมาชิกของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจหลายด้านรวมทั้งบัตรเติมเงินที่ใช้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเหมือนกับว่าเมื่อผู้โดยสารเติมเงินเข้าระบบของบัตร แรบบิท บีทีเอส ก็จะได้เงินสดหมุนเวียนอย่างสบายๆ เพราะการเติมเงินเข้าระบบของบัตรผู้โดยสารจะไม่ได้ดอกเบี้ยใดๆ แม้จะมีเงินอยู่ในบัตรมากน้อยหรือนานเท่าใด  ในเรื่องของโฆษณา บีทีเอส ได้ให้ VGI จัดทำช่องทางการโฆษณาในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นตัวรถหรือตัวสถานีแม้กระทั่งตอหม้อของสถานี รถไฟฟ้าเองก้ยังมีป้ายโฆษณาให้ คำถามมีอยู้ว่า แล้วทาง กรุงเทพมหานคร ได้ภาษีหรือส่วนแบ่งใดๆจากทาง บีทีเอสหรือไม่  ตัวสถานีที่ตั้งอยู่บนที่ดินของ กรุงเทพหมานคร ทางบีทีเอส ได้เคยเสียค่าภาษีโรงเรือนให้กับทาง กรุงเทพมหานครหรือไม่ ในเมื่อ เป็นบริษัทเอกชนที่มารับสัมปทานทำธุรกิจบนที่ดินของ กทม . ทุกวันนี้มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสราวๆ 6.60  แสนเที่ยวคนต่อวัน หรือ 241.1 ล้านเที่ยวคนต่อปีและจำนวนผู้โดยสารนี้ ยังเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เช่นเดียวกับ รายได้ และอัตรากำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นเช่นกัน  ในจำนวนผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการ มีสถิติที่น่าสนใจ

เพราะจำนวนผู้โดยสารสูงสุด ในวันทำงานยังอยู่ในปี 2560/61 จำนวน 9.13 แสนเที่ยวคน (รวมสายหลักและส่วนต่อขยาย)   ปัญหาการเดินรถของบีทีเอสในขณะนี้ มาจาก “อาณัติสัญญาณในการควบคุมขบวนรถไฟฟ้า” เป็นหลัก มากกว่าจะมาจากปัญหาอื่นๆบีทีเอส อ้างว่า ช่วง ที่ผ่านมาพบว่า มีสัญญาณคลื่นวิทยุสื่อสารจากภายนอกมารบกวนการเดินรถ   เมื่อตรวจสอบก็พบว่า ดีแทค และทีโอที ใช้คลื่นสัญญาณ 2300 เมกะเฮิร์ตซ์ (MHz) ทำให้ไปรบกวนคลื่นสัญญาณ ของระบบรถไฟฟ้าบีเอสแต่ล่าสุด ดีแทคได้ปิดคลื่นสัญญาณดังกล่าวแล้ว  ทว่าปัญหาของบีทีเอส ก็ยังคงเกิดขึ้น

ปัญหาของบีทีเอส

ความจริง บีทีเอส เอาเปรียบบริษัทสื่อสารโทรคมนาคม เนื่องจากการที่จะได้คลื่นความถี่มาใช้ในกิจการใด ต้องผ่านการประมูลคลื่นกับทาง กสทช แต่ปรากฏว่า ไม่เคยมีข่าวว่าทาง บีทีเอส ได้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ใดๆกับบริษัทอื่นเลย ได้ใช้คลื่นความถี่ คลื่นสัญญาณ 2300 เมกะเฮิร์ตซ์ (MHz) จึงเหมือนได้มาโดยมิต้องประมูลใดๆใช่หรือไม่ หากบีทีเอสจะขอต่อสัมปทานและเก็บค่าโดยสารตลอดสายเป็น 65 บาท คงต้องตอบให้ได้ว่าใช้ฐานตัวเลขใดเป็นตัวคำนวณราคาค่าโดยสาร ซึ่งถ้ามองสายสีเขียว ที่เก็บค่าโดยสารที่ 59 บาท ก็เลยที่ประชาชนคนไทยจะรับไหว ที่ผ่านมา บีทีเอส มีกำไรมาโดยตลอดไม่เคยขาดทุนเลย และยังมีสัมปทานในมืออีกหลายสายที่มีอายุสัมปทานอีกหลายสิบปี

สำนักข่าว สนวท/รายงาน

 

 

 

 

 

 

Related posts